เส้นทางการเรียนโค้ชของอ.ศศิมา สุขสว่าง

มีผู้ที่อ่านเวปไซต์ของอ.ศศิมา -เก๋ เพื่อนๆและคนรู้จักหลายคนที่ได้แลกเปลี่ยนแบ่งปัน และรับการโค้ชรวมถึงผู้รับการโค้ชในองค์กรที่อ.เก๋ได้ไปแบ่งปันการอบรมสัมมนาที่ผ่านมา สนใจอยากเรียนรู้ด้านการโค้ชตามสถาบันการสอนโค้ชเพื่อเพิ่มเครื่องมือ และศักยภาพในการพัฒนาตัวเองและผู้อื่น ได้สอบถามว่าอ.เก๋ได้เรียนการโค้ชที่ไหนมาบ้าง จึงเป็นต้นเหตุของบทความนี้ที่ได้นั่งทบทวนและเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อแบ่งปันกันค่ะ

  

 ศาสตร์การโค้ช (Coaching Skill) ที่อ.เก๋เรียนมานั้น จะมีหลายด้านได้แก่ 

1. Mindfulness Coaching

2. Life Coaching

3. Neuro-Linguistics Programming (NLP) Coaching

4. Talent Coaching

5. Appreciative inquiry (AI) Coaching 

 เป็นต้น

ซึ่งศาสตร์การโค้ชที่เรียนมาทั้งหมดนี้ ปัจจุบันอ.ศศิมา - เก๋นำมาใช้ในทั้งในการทำงาน ทั้งด้านการอบรมสัมมนา ด้านโค้ชโดยตรงในการรับงานโค้ชส่วนตัว และการรับเป็น Project พัฒนาบุคคลากรร่วมกับ ทีมโค้ชของสถาบันๆต่างๆ  รวมทั้งการโค้ชตัวต่อตัว (one on one) ในองค์กรต่างๆ  และได้เป็นจิตอาสาโค้ชพี่เลี้ยง ให้กับผู้ที่มาเรียนศาสตร์การโค้ชที่สมาคมการโค้ชวิถีไทยจนถึงปัจจุบัน และได้ไปโค้ชในองค์กรต่างๆมากมาย เช่น เป๊บซี่, ลอรีอัล, น้ำตาลเอราวัณ, รพ.BNH เป็นต้น

 

นอกจากนี้ เก๋เป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรม การบริหารโครงการ  ทักษะการโค้ชจึงเป็นอีกทักษะหนึ่งที่นำไปใช้ในงานการให้คำปรึกษาแนะนำลูกค้าด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรม ตลอดจนการทำงานเป็นวิทยากรด้านการโค้ชและโค้ชพี่เลี้ยงค่ะ 

 

รายละเอียดในการเรียนที่ต่างๆนั้น ขอสรุปพอเป็นสังเขป เพื่อแบ่งปันข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจเรียนการโค้ชนะคะ ส่วนรายละเอียดลึกๆนั้น อาจจะโทรไปสอบถามกับสถาบันนั้นโดยตรงค่ะ 

 

1. สถาบันที่ 1 ไทยโค้ช  Thai Coaching association (ปัจจุบันได้ Re-organization ก่อตั้งเป็น Mindcoach แทนค่ะ)

เริ่มแรกเลย ที่เก๋สนใจเรียนรู้เรื่องการโค้ชนั้น ได้เริ่มเรียนการโค้ชจากไทยโค้ช Thai Coaching association  ซึ่งจะมีการสอนการโค้ช ในบริบทที่เข้าใจบุคลิกลักษณะ ขนบธรรมเนียม และธรรมชาติของคนไทยมาก ซึ่งบทเรียนนั้น ผ่านการเรียนรู้ ประยุกต์ใช้ของอาจารย์ผู้สอนที่มีประสบการณ์คร่ำหวอดในการโค้ชคนไทยมาถ่ายทอดในชั้นเรียน โดยจิตวิญญาณของการโค้ชวิถีไทย คือ การปรารถนาที่จะช่วยให้เพื่อนมนุษย์มีชีวิตที่ดีกว่า เร็วกว่า ง่ายกว่า อย่างสมดุลโลก สมดุลธรรม โดยโค้ชผู้เป็นกัลยาณมิตและใช้สติเป็นเครื่องนำทาง   โดยเน้นการโค้ชด้วยสติ (Mindfulness coaching)

 

รายละเอียดหลักสูตร มีดังนี้ 

- จิตวิทยาการโค้ชวิถีไทย (Thai Coaching Psychology)

- จิตวิญญาณการโค้ชวิถีไทย (The Spiritual Law of Thai Coaching)

- ทักษะการโค้ชบนพื้นฐานสติ (Mindfulness Based Coaching Skills)

- พรสวรรค์ของโค้ช และการโค้ชพรสวรรค์ (Talent Coaching)

-  การโค้ชวิถีไทยพลังบวก (Thai Coaching Positive Psychology: Appreciative inquiry (AI))

- กลยุทธ์การโค้ชวิถีไทย (Thai Coaching Strategies)

- จิตเหนือสำนึกเพื่อการโค้ชวิถีไทย (Super-Conscious for Thai Coaching)

- กระบวนการโค้ชสู่ดุลยภาพ (Thai Coaching Process)

- การโค้ชวิถีไทยมาตรฐานสากล (Thai Coaching Model Practice in International Standards)

 

เมื่อเรียนหลักสูตรภาคทฤษฏีจบแล้ว ต้องไปฝึกปฏิบัติฝึกสติเพื่อการโค้ช  และรับประกาศนียบัตรกับพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ณ ไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย 

 

หลักสูตรการโค้ชได้รับการรับรองจากสมาพันธ์การโค้ชนานาชาติ ( International Coaching Federation (ICF)) เมื่อเรียนจบจะได้รับการรับรองว่าผ่านการเรียนที่มีมาตรฐานสามารถนับจำนวนชั่วโมงได้ 98 ชั่วโมง เพื่อเก็บเป็นจำนวนชั่วโมงไปขอใบรับรองจาก ICF ได้ เผื่อบางคนอยากได้ใบรับรองด้านโค้ชในระดับสากล เพื่อต่อยอดในอาชีพโค้ชต่อไป เก๋เรียนจบไทยโค้ชรุ่นที่ 4 และได้เป็นจิตอาสาปฏิบัติหน้าที่เป็นโค้ชและพี่เลี้ยง Mentor Coach อยู่ที่สมาคมฯรุ่น 5- รุ่น 10  

 

แก่นของไทยโค้ช คือ สติ กัลยาณมิตร และดุลยภาพค่ะ 

 

ใบประกาศนียบัตร ที่ได้คือ 

- Certified Thai Coaching Model Professional, Thai Coaching Association, Thailand. ICF, ACSTH.

- Certificate of Completion for Successful Participation of Thai Coaching Training Course, Thai Coach Association. Thailand

ที่นี่เรียน เรียนแล้วมีความสุข กัลยาณมิตรเยอะ และเป็นสถาบันการโค้ชที่สร้างแรงบันดาลใจให้เก๋ได้ต่อยอดเป็นโค้ชอาชีพค่ะ  

 

2. สถาบันที่ 2  Leading Performance Thailand (Life Uni)

โดยอาจารย์ผู้สอน คือ  Coach Vasanth Gopalan (Vas) ซึ่งเป็น  Coach ด้าน Neuro-Linguistics Programming (NLP) รับรองโดยสถาบัน NLP University และ  American Board of NLP รวมทั้ง เป็นผู้ฝึกสอน Hypnotherapy ซึ่งได้รับการรับรองจาก American Board of Hypnotherapy และ American Council of Hypnotist Examiners

การโค้ชด้วย Neuro-Linguistics Programming (NLP) ซึ่งเป็นการโค้ชที่ใช้เทคนิคการจัดพฤติกรรมของสมองและจิตใต้สำนึก (Neuro) โดยใช้ภาษาทางคำพูดและทางกาย ( Linguistic) เพื่อช่วยให้บุคคลแปลความหมายและเรื่องราวของสิ่งที่เข้ามากระทบในทิศทางใหม่ในทางที่ดี แล้วตอบสนองเป็นพฤติกรรมใหม่ที่ดีเป็นประโยชน์กับชีวิต (Programming) ซึ่งหลักสูตรจะประกอบไปด้วยเนื้อหา 6 คอร์ส 

 

รายละเอียดหลักสูตร มีดังนี้

- Finding Life Purpose & Passion

- Perfect Relationship

- Ignite your Life

- Perfect Health

- Mindset of Excellence 

- Therapeutic coaching

 

ใบประกาศนียบัตรที่ได้ คือ 

- Certified of Neuro Linguistic Programming (NLP) , Leading Performance Thailand (ABNLP & NLPU)

- Certified of Hypno Therapist , Leading Performance Thailand (ABH & HTI CaACHE)

- Hypnosis and Timeline Therapy (HTLT) Certified, Neuro Linguistic Programming – AB NLP-USA

 

การสอนสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่มีคนแปลเป็นภาษาไทยให้ในทันที  แต่ละคอร์สเรียน 3-5 วัน ทั้งหลักสูตร 20 วัน เรียนหนักมาก ตั้งแต่ 8.00 น.ถึง 5 ทุ่ม เนื้อหาอัดแน่นด้วยคุณภาพ กลับบ้านเที่ยงคืน ตี่หนึ่งทุกวัน  เรียนเสร็จมีสอบโค้ชด้วย  คนเรียนเยอะมาก คลาสหนึ่ง 100-200 คน ต้องเตรียมอาหารกลางวันและอาหารเย็นไปเอง ได้แบ่งปันกับเพื่อนเฮฮามากค่ะ 

 

3. สถาบันที่ 3   Thailand Coaching Academy (TCA)

ก่อตั้งโดย โค้ชจิมมี่ หรือโค้ชพจนารถ ซีบังเกิด  ซึ่งเป็นสถาบันสอนทักษะ Life Coach แห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ACTP หรือ Accredited Coach Training Program โดยInternational Coach Federation (ICF)

โดยสถาบัน TCA จะเน้น Life Coach  ซึ่งเป็นการโค้ชผู้รับการโค้ชได้เข้าใจความคิดและตระหนักรู้ตัวตนของตัวเอง และสามารถก้าวผ่านข้อจำกัดต่างๆ ไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจไว้ อย่างมีความสุข ซึ่งหลักสูตร ที่เก๋เรียนแล้ว มี 2 หลักสูตร

 

รายละเอียดหลักสูตร มีดังนี้

- Principle of Life Coaching: สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ก้าวหน้าและผู้ที่ต้องการทักษะการโค้ชเบื้องต้น (เรียน 2 วัน)

- Life Coaching Practitioner: สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพโค้ชและผู้ที่ต้องการฝึกฝนทักษะไปใช้ในงาน (เรียน 3 วันและอบรมออนไลน์และฝึกการโค้ชจริง 4 เดือน)

แต่ละคอร์สเรียนหนักมาก ตั้งแต่ 9.00 น.ถึง 5 ทุ่ม เนื้อหาอัดแน่นด้วยคุณภาพ กลับบ้านเที่ยงคืน ตี่หนึ่งทุกวัน  เรียนเสร็จมีสอบโค้ช และฝึกการโค้ชจริงโดยมีโค้ชพี่เลี้ยงของ TCA ดูแล อีก 4 เดือน อาหารอร่อย บรรยากาศดี และคนเรียนไม่เยอะประมาณ 15-25 คนต่อคลาส

ใบประกาศนียบัตร ที่ได้คือ 

- Certified Life Coaching, Principle of life coaching ,Thailand Coaching Academy (TCA)

- Certified Life Coaching, Practitioner of life coaching ,Thailand Coaching Academy (TCA)

 

4. สถาบันที่ 4  คือ Talent Fit Academy

ก่อตั้งโดย ดร.วนิดา พลเดช โดย Talent FIT Academy จะมีหลักการคือ ทุกคนมีพรสวรรค์ มีศักยภาพ จุดแข็ง ความถนัด ความเก่งกันคนละด้าน และมีงานหรือการกระทำบางอย่างที่แต่ละคนทำได้ดีกว่าคนอื่นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม    สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่า "พรสวรรค์ หรือ Talent"  และเราเชื่อว่า ทุกคนมีพรสวรรค์ 

 

มีเครื่องมือที่สำคัญคือ Talent SCANN  คือเครื่องมือค้นหาพรสรรค์หรือศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของมนุษย์ เปรียบเสมือนกุญแจที่นำมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น และช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้โดยง่าย เกิดจากการผสมผสานทฤษฎีด้านบุคลิกภาพสาคัญๆ หลายทฤษฎี ที่ได้มีการศึกษาวิจัยมานานนับทศวรรษ ในอาสาสมัครมากกว่าในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งหลักสูตร ที่ผู้เขียนเรียนแล้ว มี 3 หลักสูตร

 

รายละเอียดหลักสูตร มีดังนี้

- ระดับเบื้องต้น หลักสูตร Talent Coach Practitioner Training Course

- ระดับโปรเฟสชั่นนอล หลักสูตรTalent Professional Coach Training Course

- ระดับมาสเตอร์ หลักสูตรTalent Master Coach Training Course

 

ที่นี่ผู้เขียนเรียนจบระดับสูงสุดคือระดับมาสเตอร์ หลักสูตรTalent Master Coach Training Course  ได้ร่วมทีมเป็น Master Talent Coach กับดร.วนิดา พลเดช เข้าไปรับโครงการพัฒนาบุคคลากรพัฒนาองค์กรพรสวรรค์ ทั้ง Training และการโค้ชตัวต่อตัว (one on one) อย่างต่อเนื่อง โดยใช้หลักการ Talent Coach และเครื่องมือ Talent SCANN ค่ะ

 

ใบประกาศนียบัตรที่ได้ คือ 

- Certificate of Completion for Talent Coach Practitioner Training Course, Talent Fit Academy. Thailand

- Certified Talent Professional Coach, Talent Fit Academy. Thailand

- Certified Talent Master Coach, Talent Fit Academy, Thailand

 

 

5. สถาบันเอ็นเทรนนิ่ง

โดยโค้ชปกรณ์ วงศ์รัตนพิบูลย์ จะมีการเรียนแบบคอร์สเล็กๆ สอนวันเดียว ส่วนใหญ่เป็นวันอาทิตย์ ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก เพราะอาจารย์ต้องการแบ่งปันความรู้ในเรื่องของการโค้ชกับลูกศิษย์และกัลยาณมิตร โดยอาจารย์จะเน้นการโค้ชในบริบทของ Training and Group Coaching แล้วนำมาปฏิบัติจริงๆในชีวิตประจำวัน 

 

6. Excellence Resources 

โดยอ.รงค์ จิรายุทัต และ ดร.ดไนยา ตั้งอุทัยสุข เป็นหลักสูตรการโค้ชโดยหลัก NLP สอนเป็นภาษาไทย เข้าใจง่ายค่ะ  และสอนอย่างใกล้ชิดค่ะ

 

7. การเรียนผ่านเวปไซต์ youtube 

การเรียนผ่านเวปไซต์ youtube ที่แนะนำเลยคือ ของอาจารย์โค้ชเกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย ที่เป็นโค้ชระดับต้นๆของเมืองไทย อาจารย์จะมีทำคลิบสอนการโค้ช และลงยูทูปไว้เป็นวิทยาทานไว้มากมาย

 https://www.youtube.com/playlist?list=PLC7439567972EBB20

 และยังมี E-book ที่เขียนผ่านประสบการณ์มากมาย อ่านต่อได้ที่  http://thecoach.in.th/

เหมาะสำหรับคนสันโดษ ชอบศึกษาด้วยตัวเองและดูที่บ้านค่ะ

 

 

อีกคำถามที่มักจะมีผู้สนใจถามเก๋บ่อยๆ คือ มีผู้ถามว่า เรียนที่ไหนดีที่สุด 

 

เก๋คงบอกว่า ดีทุกที่ค่ะ  สถาบันแต่ละที่ก็มีจุดดี และจุดแข็งแตกต่างกันไป (ราคาก็แตกต่างกันด้วย) ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความรู้ให้เราอย่างต่อเนื่อง และสามารถนำมาใช้ได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป อีกอย่างหนึ่งคือ เก๋เป็นคนที่ชอบพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา นอกจากเรียนรู้แล้ว  ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และการทำงานในบทบาทของที่ปรึกษา วิทยากรและโค้ชเป็นอย่างมากค่ะ

 

การโค้ชเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการบริหารจัดการที่แนะนำให้เรียนรู้และนำมาใช้กับตัวเอง และสำหรับผู้บริหารในระดับต่างๆ การโค้ชนำมาใช้พัฒนา บริหารจัดการบุคคลากรในยุคนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ ดังนั้นทุกหลักสูตรข้างบนที่เขียนมานี้คือที่ชอบและประทับใจในแง่มุมต่างๆค่ะ  

 

หลักการเรียนของเก๋คือ

หลักสูตรใหญ่ๆแบบเรียนหลายวันติดต่อกันหลายเดือน เรียนปีละหลักสูตร เรียนเสร็จแล้วเอามาใช้โค้ชตัวเอง (Self Coaching) จนรู้จริง ใช้ได้จริงก่อน แล้วถึงนำไปแบ่งปัน นำไปถ่ายทอดต่อ แล้วค่อยเรียนหลักสูตรใหม่ค่ะ 

ส่วนหลักสูตรเล็กๆ แบบเรียนวันเดียว หรือเรียนออนไลน์ ดูเวลาที่สมองปลอดโปร่ง งานไม่รัดตัวมาก เพื่อให้สามารถรับความรู้มาได้เต็มที่ค่ะ 

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ

เรียนแล้วต้องเอามาใช้โค้ชตัวเอง โค้ชผู้อื่นให้ได้  ความเชี่ยวชาญไม่ได้เกิดจากการเรียน แต่เกิดจากการนำมาใช้งานได้จริง  ไม่ว่า จะเรียนการโค้ชศาสตร์ไหนมาก็ตาม ขอให้นำมาใช้โค้ชจริง แล้วเกิดประโยชน์ ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นให้ได้ค่ะ 

.....................................................

 

อ.ศศิมา สุขสว่าง -เก๋  จบการศึกษาปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก Dresden University of Technology (https://tu-dresden.de) ประเทศเยอรมนี  ทำงานด้าน  Research & Development Engineer  และนักวิจัยมาโดยตลอด จนได้มาเป็นผู้ก่อตั้งและบริหารศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของ THTI กว่า 15  ปี


อ.ศศิมาได้รับการอบรมด้านโค้ชทั้ง Mindfulness Coaching, Life Coach , Talent Coach และ NLP Coaching จากสถาบันสอนการโค้ชที่ได้รับการรับรองระดับสากล ปัจจุบันศศิมาเป็น วิทยากร ที่ปรึกษา และ Innovation Coach ที่มีความสุขและมุ่งมั่นที่แบ่งปันเรื่องการโค้ชเพื่อพัฒนาศักยภาพของคน การพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างคุณค่าให้ผู้คนค่ะ

 

HCDcoaching.com ภายใต้บริษัท HCD Innovation CO.,Ltd. พื้นที่เล็กๆที่อ.ศศิมา สุขสว่าง(อ.เก๋) แบ่งปันและแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ความรู้ เทคนิค เครื่องมือต่างๆในด้านการโค้ช (Coaching) ค่ะ  

สนใจหลักสูตรสัมมนาด้านการโค้ชสำหรับผู้นำ  การโค้ชเชิงนวัตกรรม  (Innovation Coach), หลักสูตรผู้นำในบทบาทของโค้ช (Leader as Coach) และหลักสูตรการโค้ชอื่นๆ กรุณาติดต่อ

 

อ.ศศิมา สุขสว่าง (เก๋)  (Ms. Sasima Suksawang)
วิทยากร ที่ปรึกษา โค้ช ด้านการโค้ชและการพัฒนานวัตกรรม
Trainer Consultant and Innovation Coach
E-mail : hcdcoaching.com@gmail.com
Website : www.HCDcoaching.com , www.sasimasuk.com

Facebook : https://www.facebook.com/CreativetoInnovation/

Tel. : 081-560-9994 (โทรกลับเฉพาะเบอร์มือถือค่ะ )

Line ID : sasimasuk.com (เขียนข้อความฝากไว้ในกรณีที่อ.ศศิมามีสัมมนาหรือประชุม และจะรีบโทรกลับทันทีค่ะ :- D)


แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 6,779